อำเภอพาน @ศาลเจ้าจี้กง

3374

วันนี้ขอพาชมสถานที่น่าสนใจในอำเภอพานครับ สถานที่แห่งนี้ก็คือ”ศาลเจ้าจี้กงหน่ำพิ้งฮง”
การเดินทางครับ จากตัวอำเภอพาน จ.เชียงราย ตามถนนพหลโยธิน เข้าตามที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยหลวงและน้ำตกปูแกง รวมๆระยะทางจากถนนพหลโยธินประมาณ 5 กิโลเมตรครับ
ที่ตั้ง ณ หมู่ 15 บ้านวังชมภู ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เส้นทางไปน้ำตกปูแกง
รูปหล่อพระจี้กง ขนาดกว้าง 7.6 เมตร สูง 8.8 เมตร หล่อด้วยทองสำริดและทำพิธีเบิกเนตรเปิดศาล เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2546

ประวัติศาลเจ้าจี้กงหน่ำพิ้งฮง (ศาลเจ้าจี้กง)
ก่อตั้งเมื่อวัยมหาสงกรานต์ปี พ.ศ. 2533 แต่เดิมเป็นเพียงศาลเจ้าเล็ก ๆ ใช้ชื่อว่า ศาลเจ้าจี้กงหน่ำพิ้งเกาะ โดยคณะศิษยานุศิษย์ของพระอรหันต์จี้กง ได้เดินทางขึ้นมาถวายสักการะและสรงน้ำพระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์เป็นประจำทุกปี ต่อมาได้รับเทวธรรมชี้แนะจากพระอาจารย์จี้กง จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสัณฑคารหน่ำพิ้งซื้อขึ้น เพื่อตั้งแท่นบูชาแผ่นป้ายบรรพชน และเพื่อเป็นที่พักสำหรับคณะศิษย์ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมยังคุณธรรมสถานแห่งนี้ พร้อมกันนั้นก็ได้จัดสร้างแท่นประดิษฐานเทวรูปเทวอาจารย์ชั้น 2 ของอาคารควบคู่ไปด้วย โดยพระอาจารย์จี้กงได้เมตตาประทาน นามให้ว่า จียิ้งเกาะ ดังต่อมาได้เข้าร่วมเป็นองค์กรสมาชิกนับเป็นลำดับที่ 69 ในเครือสมาคมสหมิตรการกุศล “ เต็กก่า” แห่งประเทศไทย ใช้ชื่อเป็นทางการว่า คุณธรรมสถานหน่ำพิ้งจียิ้งเกาะ พระรูปพระอรหันต์จี้กง ขนาดสูง 8.8 เมตร หล่อด้วยทองสำริดปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่ได้มาท่องเที่ยวอำเภอพานต่างแวะเวียนมาสักการะศาลเจ้าจี้กงเป็นประจำ

 

เถรประวัติพระอาจารย์เต้าจี้(พระอรหันต์จี้กง)
พระอาจารย์เต้าจี้เป็นพระมหาเถระในสมัยราชวงค์ซ้อง เกิดในปีที่ ๑๘ ของรัชสมัยเสี่วซิ่ง แห่งราชวงค์ซ้องใต้(ตรงกับ ค.ศ๑๑๔๘)ณ อำเภอเทียนไถ จังหวัดหลินอัน มณฑลเจ๋อเจียง เล่าขานกันว่าท่านเป็นนิรมาณกายของพระอรหันต์ที่บันดาลให้เกิดความเคลื่อนไหว่ท่ามกลางความสงบเงียบ ท่านเป็นบุตรของขุนนางตระกูลหลี่ ในวันที่ถือกำเนิดบังเกิดนิมิตมงคล ปรากศุภรังสีเป็นแสงสีแดงแจ่มกระจ่างไปทั่วเคหา จึงได้นามว่า ซิวหยวน มีชื่อเรียกว่า หูอิ่น พระอาจารย์เป็นผู้ที่มีลักษณะงาม มีกิรกยาอาการสำรวม ทั้งยังฉลาดเฉลียวปราดเปรียวสุภาพ ตั้งแต่เล็กก็รอบรู้สรรพวิชากาพย์กลอน มีความสามารถในการประพันท์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง ด้วยท่วงทำนองของกวีครั้นอายุ ๑๘ ปี ได้ทำการบรรพชาอุปสมบท ณ อารามหลินอิ่นซือ มีพระอาจารย์ฝอ ไห่ เหยียน เป็นอุปัชฌาย์ ได้ รับการถ่ายทอดรหัสสนัยแห่งเซน จนบรรลุรู้เข้าสู่ธรรมวิถีนับเป็นอาจารย์เซนสำนักหนานเหวี่ยรุ่น ๑๖ หลังจากที่ก้าวพ้นโลกียวิสัยมีปัญญาสะอาดใสพร้อมกุศลมูล จึงแสร้งทำจริตบ้าใบ้ สวมใส่จีวรปุขาด ชมชอบฉันเหล้าเนื้อเมื่อล้อเล่นกับโลกธรรม ก็ร่ายรำไปตามสภาวะ ดังวจนะของพระอาจารย์ที่ว่า “เหล้าเนื้อผ่านลำไส้ ที่กลางใจเหลือพุทธา” เดินยิ้มเยาะไปตามวิถี มิมีใครไม่รู้จัก ทำแผกเพี้ยนเพื่อช่วยเหลือมนุษย์โลก เทิดพระพุทธธรรมเกื้อกูลแก่ปวงประชา เวลากว่าครึ่งชีวิตโอบอุ้มชุบช่วยผู้อยากไร้ ผู้ทุกข์เข็ญลำเค็ญใจต่างได้รับการอนุเคราะห์” พระอาจารย์ตั้งฉายาเรียกขานตนเองว่า “พระเพี้ยน” หากผู้ศรัทธาพากันยกยย่องว่าเป็นพระพุทธาที่ยังอยู่ ภายหลังรับตำแหน่งเป็นเป็นพระเลขาของอารามจิ้งฉือซื่อ ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบซีหู เมืองหางโจว มีหน้าที่เป็นผู้เขียนประกาศฎีกาบอกบุญ รับผิดชอบดูแลงานด้านอาลักษณ์ หนึ่งอักษรหนึ่งนิพนธ์ ล้วนเปี่ยมล้นด้วยหลักพุทธธรรม ครึ่งพูดครึ่งปฏิบัตร ย่อมไม่ขาดจากหลักหัสนัย ดังเมื่ออารามจิ้งฉือ ถูกอัคคีภัยเผาไหม้ได้รับความเสียหาย แลได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่นั้น พระอาจารย์ก็พลันเขียนประกาศติดไว้หน้าประตูอาราม บิณฑบาตบอกบุญแก่ญาติโยมความทราบถึงพระเนตพระกรรณ ฮ่องเต้จึงพระราชทานเงินสามหมื่นพวงอีแปะ(หนึ่งพวงมีพันอีแปะ)เพื่อซ้องแซมอารามให้กลับงามสง่าดังเดิม ดังมีตำนานเรื่องลำเลียงไม้ในบ่อเก่า เล่าขานกันมาในหมู่ชนจวบจนถึงปัจจุบันเป็นที่อัศจรรย์นับถือของอาคันตุกะผู้มาเยือน พระอาจารย์ดำเนินชีวิตได้ ๖๐ พรรษา ก็มรณภาพละสังขารในปี ค.ศ ๑๒๐๙ หวนกลับสู่สุขาวดี คืนวิถีสู่อริยมรรค ก่อนลาลับแต่งโศลกธรรมไว้ดังนี้

หกสิบปีเปะปะไปตามทาง
ออกสู่ตกก้าวย่างหว่างวิถี
มาบัดนี้หวนคืนกลับจักจรลี
ตามนทีสายเก่าก่อนสู่ฟ้าคราม

 

หากใครมีโอกาสได้ผ่านอำเภอพานอย่าลืมแวะมากราบไหว้พระอาจารย์เต้าจี้ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่นี่เลยครับ และยังได้เยี่ยมชมความสวยงาม ความสงบ อีกทั้งยังได้บุญอีกด้วย และในอำเภอพานยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกหลายแห่งรอให้เพื่อนๆไปเที่ยวอยู่นะครับ